จน…เพราะไม่ทำบุญ อย่าคิดว่า จนแล้วทำบุญไม่ได้

ชาวพุทธเราเข้าใจผิดมาตลอดว่า

“เรามันจน ทำบุญไม่ได้หรอก”

เป็นคำพูดที่อับจนมาก ชาวพุทธแค่ชื่อ

ต้องถามกลับว่า ใจอยากทำบุญหรือเปล่า
ขี้เกียจหรือเปล่า ?

คนจนทำบุญแล้วรวย…จริงไหม ?

แล้วฉันจะทำได้อย่างไร

คำตอบของผมก็คือ

จนก็ทำบุญได้ครับ ถ้าใจอยากจะทำ

ผมเป็นคนจนนะ แต่ใจมันเป็นบุญ
เห็นคนรวยเขาทำบุญ…
ผมเป็นเณรน้อยจากบ้านนอกมาไกล
เดินบิณฑบาตรตอนเช้าตรู่
มีโยมขับรถเบนซ์ รถเก๋งคันงาม

“นิมนต์เจ้าค่ะ ”

บางคนใส่แบงต์พัน แบงค์ร้อยก็มี

มันทำให้ผมสำนึกในใจตลอดเวลาว่า

“โอ….คนร่ำรวย(บางคน) ที่เขารวยเพราะเขา
ให้สินกินทานเป็นนิจนี้เอง
วันหนึ่ง ถ้าข้าร่ำรวย ข้าก็จะทำบุญให้ทานเป็นนิจเช่นกัน
สาธุ สาธุ สาธุ”

ผมคิดเป็นภาษาลาวรำพึงรำพันในใจขณะเดินบิณฑบาตรกลับวัด

ที่เราจนอาจเป็นเพราะชาติที่แล้วเราทำบุญมาน้อย
เลยไร้วาสนา อันนั้นเป็นเรื่องของอดีตชาติ
“ช่างมัน”

แต่ปัจจุบันนี้เรารู้แล้วว่า การทำบุญให้ทานเป็นนิจ
คือ เส้นทางแห่งการสร้างพลังชีวิตสู่ความร่ำรวย

ค่อยทำ ค่อย ๆ สั่งสม
ไม่สำคัญว่าเราจะทำมากหรือน้อย
สำคัญว่า เราทำประจำ ทำบ่อย ๆ หรือเปล่า

มันเกี่ยวอะไรกับความร่ำรวย..?

ปัชญากล่าวไว้ว่า ” ให้มากย่อมได้รับมาก”

มันเป็นกรดไหลย้อน (กฏไหลย้อน)

การให้หรือทำบุญ ทำได้แบบไหนบ้าง ?

ไม่มีทรัพย์ทำบุญ…ก็ทำด้วยใจ ให้ด้วยใจ
ทำใจให้เป็นบุญ (คิดบวก)
มีน้อยก็ทำตามน้อย ดีกว่ามีน้อยไม่ทำ
หรือ ไม่มีใจคิดจะทำ แล้วทะลึ่งบอกว่า
“เรามันจน ทำบุญไม่ได้หรอก”

ทำบุญเป็นนิสัย ทำไมมันจะไม่มากพอกพูนเหมือนออมเงิน

ที่สำคัญทุกเรื่องในชีวิตของคนเราคือ
อย่าเริ่มทำอะไรตอนจะสายเสียแล้ว
——————————————
ทำบุญแล้ว
อย่าไปคาดหวังว่าจะถูกหวยรวยเงินล้าน
——————————————
ต้องทำบุญแบบธรรมชาติ
ส่วนผล…จะออกดอกเบี้ยทบต้นทบดอกเมื่อไร
เป็นหน้าที่ของเทวดาจะจัดสรรค์ให้เรา
เรียกว่า “ปาฏิหาริย์” ครับ
——————————————
จงเชื่อว่า บุญ…เท่านั้นจะนำทางเรา
ทำบุญเพื่อแปลงทางสู่ชีวิตใหม่
ทำบุญเพื่อแปลงทางสู่ชาติใหม่
——————————————
ทำแต่บุญ…บริจาคทรัพย์ 100 ล้าน พันล้าน
แต่ไม่มีคุณธรรม ไม่มีศีล 5 ก็ไร้ค่าครับ