
รอยพระพุทธบาท
ความเชื่อเรื่องรอยเท้าว่าเป็นรูปรอยที่ประทับลงบนโลก โดยการปรากฏกายหรือการสัมผัสของเทพเจ้า หรือผู้มีความศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ หรือว่าเป็นเครื่องหมายที่บรรพบุรุษได้ทิ้งไว้เพื่อเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติของบุคคลรุ่นหลัง เป็นความเชื่อสากลที่พบอยู่ในอารยธรรมเกือบทุกถิ่นโลก ในอารยธรรมอินเดียโบราณ รอยเท้าหรือการก้าวย่างอันเป็นเหตุเกิดของรอยเท้านั้น นอกจากจะหมายถึงการปรากฏอยู่เป็นนิรันดร์ของเทพเจ้าและปูชนียบุคคลแล้ว ยังเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะและความมีอำนาจเหนือสถานที่และบุคคลในสถานที่นั้น ๆ
องค์พระวิษณุ นารายณ์ในภาคที่เรียกว่า “ตรีวิกรม” กระทำการก้าวย่าง 3 ก้าว เหยียบลงบนโลกทั้ง 3 และยืดเอาจักรวาลทั้งจักรวาลอันประกอบด้วยโลกทั้ง 3 นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ดังที่เล่าอยู่ในคัมภีร์พราหมณะและปุราณะของอินเดีย
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอง เมื่อได้ทรงถือกำเนิดในโลกมนุษย์เป็นวาระสุดท้าย ก็ได้ก้าวพระบาท 7 ก้าวบนพื้นพระธรณี ประกาศอำนาจสิทธิ์ขาดของพระองค์ในทิศทั้ง 7 อันประกอบขึ้นเป็นจักรวาล นอกจากนั้นยังได้ทรงเหยียบพื้นพระธรณีอีกครั้งต่อหน้าเทพเจ้า พระราชาธิบดี พระอรหันต์ และบุคคลทั้งปวงเมื่อได้เสด็จกลับลงมาสู่โลกมนุษย์ หลังจากที่ได้จากโลกนั้นไปเป็นเวลานานตลอดฤดูฝนเพื่อโปรดพระราชมารดา และเทพเจ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ชาวพุทธในทุกท้องถิ่นและทุกสมัยก็มีความเชื่อว่า พระพุทธองค์นั้นได้เสด็จไปทุกหนทุกแห่งในโลกเพื่อประกาศพระศาสดา และสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้พระพฤติธรรม และ ณ สถานที่ทุกแห่งนั้น พระองค์ได้ทิ้งรอยพระบาทไว้ให้ปรากฏอยู่ชั่วนิรันดร์กาล เป็นตราประทับยืนยันชัยชนะอขงพระพุทธและพระธรรมที่มีต่อความเชื่อดั่งเดิมของท้องถิ่นเหล่านั้น และเป็นเครื่องหมายประกาศความยั่งยืนของพระพุทธศาสนาอันจะมีสืบไปในแดนนั้น ๆ
รูปรอยที่เชื่อกันว่าคือรอยพระบาทของพระพุทธเจ้า เป็นปูชนียวัตถุที่ชาวพุทธได้กราบไหว้บูชามาแต่สมัยพุทธกาลจนปัจจุบัน รูปและรอยที่เกิดจากธรรมชาติที่พบอยู่บนภูเขา หิน หรือพื้นที่อื่น ๆ หลายต่อหลายรอย มีผู้เชื่อว่าคือรอยพระบาทที่พระพุทธองค์ได้ประทับไว้เมื่อเสด็จมา ณ ที่นั้น
รอยประทับเหล่านี้จัดอยู่ในพระพุทธเจดีย์ ประเภท “ปริโภคกะ” หรือ “บริโภคเจดีย์” อันได้แก่ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยประทับและวัตถุอันพระองค์ได้เคยใช้สอยหรือสัมผัส เช่น ต้นโพธิ์ตรัสรู้ พระโพธิบัลลังก์ บาตร ไม้เท้า และเครื่องบริขารอื่น ๆ
นอกจากรอยที่ถือว่าเป็นรอยพระบาทที่แท้จริงเหล่านั้นแล้ว ก็ยังมีรูปรอยที่มนุษย์ได้ทำขึ้นด้วยวัสดุต่าง ๆ เพื่อเลียนแบบรอยพระพุทธบาทอันเชื่อกันว่าพระพุทธองค์ได้ประทับไว้ รอยพระพุทธบาทจำลองเหล่านี้อาจจัดได้ว่าเป็นปูชนียวัตถุประเภท “บริโภคเจดีย์โดยสมมติ” คือถึงแม้ว่าจะทำขึ้นโดยมือมนุษย์แต่โดยเจตนานั้นสมมติให้เป็นรอยพระบาทอันแท้จริงของพระพุทธองค์
ที่ใกล้เคียงกับรอยพระบาทแต่ไม่เหมือนทีเดียว คือ รูปพระบาท แสดงถึงฝ่าเท้าของพระพุทธเจ้า และเป็นสัญลักษณ์ที่เคยใช้แทนพระองค์ในศิลปกรรมยุคที่ยังไม่มีการทำรูปพระพุทธเจ้าเป็นรูปมนุษย์หรือยังใช้กันสืบมาอีกชั่วระยะหนึ่งในสมัยที่เกิดมีพระพุทธรูปแล้ว รูปพระบาทนี้จัดเป็นปูชนียวัตถุแบบ “อุทเทสิกะเจดีย์” คือสิ่งที่ได้สร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า หรือเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธองค์
(จากหนังสือ รอยพระบาทในศิลปะเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ ของ ดร.นันทนา ชุติวงศ์. 2533.)
(ภาพจากไทยรัฐออนไลน์)
ที่มา บทความ https://www.facebook.com/ThaiStudiesCU

